กรดอะมิโน (Amino Acid) คือ ?
โปรตีนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ โดยร่างกายจะดึงกรดอะมิโนมาสร้างเนื้อเยื่อ ฮอร์โมน หรือเอนไซม์ ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของร่างกายแต่ละคน
น้ำนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์มีกรดอะมิโน 18 ชนิด
และมีกรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิด
ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้
หน้าที่สำคัญของกรดอะมิโนจำเป็นแต่ละชนิด
กรดอะมิโน 18 ชนิด มีอะไรบ้าง มีหน้าที่สำคัญอย่างไร
กรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid)
ช่วยในการขับแอมโนเมียซึ่งเป็นสารอันตรายออกจากร่างกาย ช่วยปกป้องระบบประสาทส่วนกลาง และยังช่วยเพิ่มความทนทาน ต่อการเหนื่อยล้าได้ด้วย จึงเหมาะกับนักกีฬาเป็นอย่างมาก
อาร์จินีน (Arginine)
ไวอากราจากธรรมชาติ กระตุ้นการหลังโกรทฮอร์โมน เพิ่มจำนวนอสุจิ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี
เซรีน (Serine)
ช่วยเผาผลาญไขมัน เพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ทรีโอนีน (Threonine)
ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย และช่วยเผาผลาญไขมัน
อิสติดีน (Histidine)
จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงาน ของระบบประสาท ป้องกันภาวะพัฒนาการช้า
ไกลซีน (Glycine)
ช่วยรักษาภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อย รักษาโรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ รักษาภาวะน้ำตาลต่ำ
อะลานีน (Alanine)
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดอาการต่อมลูกหมากโต
กรดกลูตามิก (Glutamic acid)
หน้าที่หลักคือเป็นเชื้อเพลิงให้แก่สมอง ช่วยจัดการกับแอมโมเนียส่วนเกิน
ไทโรซีน (Tyrosine)
ช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ และช่วยรักษาอาการซึมเศร้า
วาลีน (Valine)
กระตุ้นการทำงานสมอง ทำให้กล้ามเนื้อประสานกันได้ดี
เมไธโอนีน (Methionine)
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสลายไขมัน
ซิสเทอีน (Cysteine)
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความจำเป็นสำหรับทารกและผู้สูงอายุ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine)
เสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาท เตรียมพร้อมสมองต่อการเรียนรู้
ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine)
เพิ่มความตื่นตัว และสร้างความทรงจำในสมอง
ทริปโตเฟน (Tryptophan)
มีส่วนเสริมสร้างคุณภาพในการนอนหลับ
ลิวซีน (Leucine)
ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรง
ไลซีน (Lysine)
ช่วยเสริมสมาธิ ทำให้กระดูกแข็งแรง
โพรลีน (Proline)
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยปรับโครงสร้างผิว
กรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิด มีอะไรบ้าง
และมีหน้าที่สำคัญอย่างไร
ทริปโตเฟน (Tryptophan)
ลดความเครียด บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาต
ทรีโอนีน (Threonine)
ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน และมีส่วนสำคัญ ในการสร้างกรดอะมิโนอย่างไกลซีนและเซรีน
ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine)
เพิ่มความตื่นตัว เสริมความจำ บรรเทาอาการซึมเศร้า ลดความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศ
เมไธโอนีน (Methionine)
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง และช่วยในการย่อยสลายไขมัน
ลิวซีน (Leucine)
ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
ไลซีน (Lysine)
ช่วยเสริมสมาธิ ช่วยป้องกันโรคเริมและโรคกระดูกพรุน บรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์
วาลีน (Valine)
ช่วยกระตุ้นสมรรถนะของสมองและช่วยการประสาน กันของกล้ามเนื้อ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine)
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเสริมสร้างการทำงาน ของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้
Omega 3 6 9
มีหน้าที่สำคัญอย่างไร
เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งมีผลต่อระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย รวมทั้งจัดเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมอง จะช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัวที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับไขมันที่ไม่ดีน้อยลง รวมทั้งสามารถ กำจัดไขมันที่ไม่ดีในร่างกายออกไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยประโยชน์ของกรดไขมันเหล่านี้มีอยู่มากมาย
กรดไขมันโอเมก้า 3 คืออะไร กรดไขมันโอเมก้า 3 คือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และเป็นไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง เนื่องจากร่างกายของคนเราไม่สามารถผลิตโอเมก้า 3 ได้ ไขมันเหล่านี้จึงเรียกว่า “ไขมันจำเป็น” ซึ่งหมายความว่าคุณต้องได้รับจากอาหารของคุณ
กรดไขมันโอเมก้า 3
มีหลายประเภทที่แตกต่างกันไป ดังนี้:
กรด Eicosapentaenoic (EPA):
มีหน้าที่ทำการผลิตสารเคมี Eicosanoids ซึ่งช่วยลดการอักเสบ  และอาจจะสามารช่วยลดอาการซึมเศร้าได้
กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (DHA):
คือกรดไขมัน 22 คาร์บอน DHA โดยสาร DHA นี้ใช้ในกระบวนการพัฒนาสมอง และช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กรดอัลฟ่า-ไลโนเลนิก (ALA):
คือกรดไขมัน  18 คาร์บอน  มีประโยชน์ต่อหัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท  กรดไขมันโอเมก้า 3 นับว่าเป็นส่วนสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ของมนุษย์ นอกจากนี้แล้ว ยังมีหน้าที่ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ : บำรุงหัวใจ  และมีความเป็นไปได้ว่าสามารถช่วยควบคุม ระดับความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ให้อยู่ในระดับปกติ ป้องกันภาวะซึมเศร้า ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคพาร์กินสัน ลดไขมันตับ  การวิจัยแสดงให้เห็นว่า โอเมก้า 3 อาจช่วยลดปริมาณไขมันในตับได้
กรดไขมันโอเมก้า 6 คืออะไร กรดไขมันโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากไขมันโอเมก้า 6 สามารถให้พลังงานได้  และกรดไขมันโอเมก้า 6 บางชนิดมีคุณสมบัติในการรักษาโรคเรื้อรังบางประเภท กรดแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่พบในน้ำมันบางชนิด ได้แก่ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันโบราจ เมื่อบริโภคน้ำมันเหล่านี้เข้าไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันชนิดอื่น ที่เรียกว่ากรดไดโฮโม-แกมมา-ลิโนเลนิก (DGLA)จากผลวิจัยพบว่า GLA อาจช่วยลดกระบวนการของการอักเสบได้ แต่อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม
กรดไขมันโอเมก้า 9 คืออะไร กรดไขมันโอเมก้า 9 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว  โดยมีกรดโอเลอิกเป็นกรดไขมันโอเมก้า 9 ที่พบมากที่สุดและเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ที่พบมากที่สุดในอาหาร ร่างกายของเราสามารถผลิตกรดไขมันโอเมก้า 9 ได้เองแต่ทั้งนี้ การบริโภคอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 9 แทนไขมันประเภทอื่นอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ